HOME

ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการใช้งานกันอย่างจริงๆ ที่จะเริ่มกันที่เรื่องของการรันอิน ซึ่งเป็นเรื่องของการกระทำที่เป็นมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว

แม้จนทุกวันนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรจะกระทำอยู่แต่ไม่ต้องเคร่งเครียดรัดกุมเหมือนเมื่อก่อนๆ การรันอินในรถยนต์ก็เหมือนการวอร์มอัพในคนที่จะเริ่มออกกำลังกายนั่นแหละครับ

ในระยะพันกิโลเมตร แรกการขับรถก็ควรจะขับแบบสบายๆ เพื่อให้เวลากับชิ้นส่วนในการประกอบเป็นตัวรถปรับตัวให้เข้ากับการที่จะต้องทำงานหนักกันต่อไป

การขับก็ขับแบบปกติเพียงแต่ใจเย็นขึ้นนิด อย่าเร่งแซงแบบกระโชกโฮกฮาก

การเชนจ์เกียร์เปลี่ยนเกียร์ก็เปลี่ยนตามรอบที่ควรจะเป็นไม่ต้องลากเกียร์ไม่ใช้เอ็นจิ้นเบรกคำนี้สำหรับมือใหม่ก็คือ

การกระทำที่ว่าเมื่อใช้ความเร็วสูงอยู่ต้องการลดความเร็วรถอย่างทันทีทันใดตามปกติแล้วก็ใช้วิธีลดเกียร์ลงมาหนึ่งจังหวะพร้อมๆ

กับการเหยีบเบรกก็จะช่วยให้รถลดความเร็วลงได้ในเวลาที่น้อยลงระยะหยุดรถก็จะสั้นเข้าช่วงรันอินนี้ก็อย่าเพิ่งใช้วิธีนี้ ในรถเกียร์ออโต้ก็อย่าเพิ่งใช้

คิกดาวน์ในการเร่งแซงให้ใช้เกียร์เปลี่ยนความเร็วตามรอบเครื่องเองหรือที่เรียกกันว่าชิพอัพ ชิพดาวน์ รถป้ายแดงก็ขับทางไกลๆ

ได้ครับอยากไปไหนก็ขับไปได้เพียงแต่ว่าเมื่อขับทางไกลอย่าให้รถคงความเร็วใว้ที่ความเร็วใดความเร็วหนึ่งนานนักความเร็วสูงสุดก็ใช้เพียงสามในสี่ของความเร็วสูงสุดที่รถคันนั้นจะทำได้

การใช้ความเร็วไม่คงที่ก็หมายถึงว่าถ้าคุณอยากขับที่ความเร็วร้อยกิโลเมตรต่อชั่งโมงที่รอบเครื่องสมมติ 3000

คุณก็ขับเท่านั้นสักยี่สิบสามกิโลเมตรแล้วก็ลดความเร็วลงหรือเพิ่มความเร็วขึ้นก็ได้ตามต้องการเพียงแต่อย่าให้ความเร็วนั้นคงที่นานเกินไปนัก ก็ดูเหมือนจะมีเท่านี้ครับกับการรันอินเครื่องยนต์หรือรถยนต์ในปัจจุบัน

เมื่อรถใช้งานไปได้ 1000 กิโลเมตรเกินบ้างขาดบ้างก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ก็ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการที่เรียกกันว่า First service หรือ First inspection

ในทุกวันนี้หลายค่ายผลิตดูเหมือนจะยกเลิกการบริการเช็คครั้งแรกที่พันกิโลเมตรไปแล้วที่หลงเหลืออยู่ก็ดูจะมีแต่ค่ายญี่ปุ่นเท่านั้นรถฝรั่งส่วนใหญ่จะไปเริ่มเช็คครั้งแรกกันที่ 10,000 กิโลเมตร

และเช่นกันค่ายยุโรปบางค่ายน้ำมันเกียร์ออโต้และน้ำมันเฟืองท้ายในรถขับหลังไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายตลอดอายุการใช้งาน แต่ในความเห็นส่วนตัวแล้วผมยังเห็นความจำเป็นในการตรวจเช็คครั้งแรกที่ 1,000 กิโลเมตร

และถ้าทำได้แม้จะต้องจ่ายเงินเองก็ควรจะทำสำหรับผู้ใช้รถใหม่ทุกคัน รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นทุกระบบที่มี ผมยังมีความเชื่อ (ตามความโบราณส่วนตัว)

ว่าการประกอบทุกขั้นตอนแม้จะรอบคอบใช้เครื่องมือวิเศษวิโสเท่าไรก็อาจจะมีเศษขี้เหล็กขี้อลูมิเนียมหลงเหลืออยู่ในเครื่องในเกียร์ในเฟืองท้ายที่อาจจะบั่นทอนอายุการใช้งานให้สั้นลง การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นในระบบที่

1,000 กิโลแรกก็เหมือนกับการล้างเอาสิ่งแปลกปลอมทิ้งออกไป นอกจากนั้นการตรวจเช็คครั้งนี้ก็เป็นการตรวจสอบคุณภาพของคนที่ทำการผลิตหรือประกอบที่อาจจะหลงลืมในการขันน็อตในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ

เข้าด้วยกัน แม้ว่าปัญหาจากการที่เรียกว่า Human error นั้นจะถือว่าเป็นปัญหาตามปกติและถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจริงส่วนใหญ่แล้วก็จะออกอาการในระยะ 1,000กิโลแรกนี้ (สดๆ ร้อนๆ

ที่ผมพบรถน็อตมูเลปั๊มน้ำขาดทั้งสี่ตัวตรวจเช็คแล้วขันไม่แน่นจากโรงงานรถวิ่งได้พันสามร้อยกิโลเมตร) แต่ก็อีกแหละครับบางที่บางแห่งตัวแทนจำหน่ายเห็นแก่ได้ ในหนังสือคู่มือบอกว่าต้องเข้ารับการบริการทุกๆ

หนึ่งหมื่นกิโลเมตร
ก็ไปเพิ่มเติมว่าต้องเข้าทุกๆ ห้าพันกิโลเมตร ก็เลยกลายเป็นว่าต้องนำรถไปส่งส่วยกันทุกๆ ห้าพันกิโลก็แล้วแต่สะดวกครับ

อย่างไรก็ตามรถใหม่ป้ายแดงจะต้องนำรถเข้ารับบริการตามคู่มือแน่นอนนอกจากจะเป็นการส่งส่วยตามปกติแล้วผลที่ได้อีกอย่างก็คืออาจจะมีการแอบทำการ Recall

ที่จุดใดจุดหนึ่งในรถยนต์โดยที่ผู้ผลิตไม่กล้าที่จะเล่าแจ้งแถลงข่าวอย่างเปิดเผย การนำรถเข้ารับการตรวจเช็คตามกำหนดก็อาจจะทำการแก้ไขปัญหาโดยที่เจ้าของรถอาจจะไม่รู้เรื่องรู้ราว เรื่องน้ำมันเครื่อง

ที่ใช้กันซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับผู้ใช้รถก็คือพยายามที่จะหาน้ำมันเครื่องที่วิเศษวิโสที่สุดมาใช้และเปลี่ยนถ่ายให้สั้นที่สุดว่าน้ำมันเครื่องที่ผ่านมาตรฐานของ API,ACEA และ JASO

ถือว่าน้ำมันนั้นผ่านการรับรองให้ใช้งานได้แล้วมีข้อว่าเลือกเอายี่ห้อที่คุ้นหูคุ้นตาซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเก่าบ่อยครั้งเกินความจำเป็นก็จะทำให้มีน้ำมันเครื่องใช้แล้วเหลือมากก็หมายถึงว่ามีวัตถุดิบมากที่จะทำให้เกิดการทำน้ำมันปลอมได้ง่ายขึ้น สาระสำคัญสำหรับการใช้รถใหม่ป้ายแดงก็น่าจะมีเพียงเท่านี้


  ข้อมูลจาก    http://cafe.mediathai.net